TANA & ASSOCIATESLegal Services

เริ่มต้นธุรกิจและจดทะเบียนบริษัท ควรเตรียมเรื่องกฎหมายอะไรบ้าง

เผยแพร่
ตรวจสอบข้อมูลกฎหมาย ณ วันที่

การจดทะเบียนบริษัททำให้ธุรกิจมีนิติบุคคลแยกจากผู้ถือหุ้น แต่การมีหนังสือรับรองบริษัทไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงทางกฎหมายทุกเรื่องถูกจัดการโดยอัตโนมัติ ก่อนยื่นจดทะเบียนจึงควรตกลงทั้งโครงสร้างเจ้าของ อำนาจบริหาร เงินลงทุน และกติกาเมื่อเกิดความขัดแย้ง

1. ผู้เริ่มก่อการและผู้ถือหุ้น

บริษัทจำกัดต้องมีผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 2 คน และเมื่อจัดตั้งแล้วต้องมีผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 คน

สิ่งที่ต้องตกลงให้ชัดไม่ใช่เพียงชื่อของผู้ถือหุ้น แต่รวมถึง

  • ใครเป็นเจ้าของเงินที่นำมาลงทุนจริง
  • สัดส่วนหุ้นและสิทธิออกเสียง
  • เงื่อนไขการชำระค่าหุ้น
  • สิทธิรับเงินปันผล
  • ข้อจำกัดการโอนหุ้น
  • วิธีจัดการเมื่อผู้ถือหุ้นต้องการออกจากธุรกิจ เสียชีวิต หรือไม่สามารถทำงานร่วมกันได้

ห้ามใช้ผู้ถือหุ้นแทนหรือ “นอมินี” เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย โดยเฉพาะเมื่อมีผู้ลงทุนต่างชาติ

2. ทุนจดทะเบียนและโครงสร้างหุ้น

ทุนจดทะเบียนควรสัมพันธ์กับเงินลงทุน แผนดำเนินงาน ความน่าเชื่อถือ และข้อกำหนดของธุรกิจ ไม่ควรกำหนดตัวเลขเพียงเพื่อให้ดูใหญ่กว่าความเป็นจริง

ควรพิจารณามูลค่าหุ้น จำนวนหุ้น เงินที่ต้องชำระในวันจัดตั้ง และวิธีเพิ่มทุนในอนาคต หากมีผู้ลงทุนหลายกลุ่ม อาจต้องออกแบบสิทธิและข้อตกลงให้สอดคล้องกับกฎหมายและข้อบังคับบริษัท

3. วัตถุที่ประสงค์และใบอนุญาต

วัตถุที่ประสงค์เป็นรายการสำคัญในหนังสือบริคณห์สนธิและข้อมูลทางทะเบียน จึงควรกำหนดให้ครอบคลุมกิจการที่ตั้งใจดำเนินการอย่างเหมาะสม ไม่กว้างหรือคลุมเครือเกินจำเป็น

อย่างไรก็ตาม การจดวัตถุที่ประสงค์ไม่ได้แทนใบอนุญาต หากธุรกิจอยู่ภายใต้กฎหมายเฉพาะ เช่น โรงงาน อาหาร การเงิน การท่องเที่ยว วิชาชีพควบคุม หรือธุรกิจของคนต่างด้าว ต้องตรวจใบอนุญาตและเงื่อนไขเพิ่มเติมก่อนเริ่มประกอบกิจการ

4. กรรมการและอำนาจลงนาม

ต้องกำหนดว่าใครเป็นกรรมการ ใครมีอำนาจบริหาร และกรรมการคนใดลงลายมือชื่อผูกพันบริษัทได้ รูปแบบที่พบบ่อย ได้แก่

  • กรรมการคนเดียวลงนาม
  • กรรมการสองคนลงนามร่วมกัน
  • กรรมการลงนามพร้อมประทับตราบริษัท
  • กำหนดวงเงินหรือธุรกรรมที่ต้องขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นก่อน

อำนาจลงนามที่หลวมเกินไปเพิ่มความเสี่ยงต่อการใช้เงินหรือทำสัญญาโดยไม่มีการควบคุม แต่อำนาจที่เข้มเกินไปอาจทำให้ธุรกิจดำเนินงานไม่ได้เมื่อกรรมการคนหนึ่งไม่อยู่หรือเกิดความขัดแย้ง

5. สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น

กฎหมายไม่ได้บังคับให้ทุกบริษัทต้องมีสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น แต่ธุรกิจที่มีผู้ร่วมลงทุนตั้งแต่สองฝ่ายขึ้นไปควรพิจารณาจัดทำเอกสารดังกล่าวเพื่อกำหนดกติกาที่รายละเอียดในทะเบียนบริษัทอาจไม่ครอบคลุม เช่น

  • บทบาทและหน้าที่ของผู้ก่อตั้ง
  • การเพิ่มทุนและการระดมทุนรอบใหม่
  • การโอนหุ้น สิทธิซื้อก่อน และการขายหุ้นร่วมกัน
  • เรื่องสำคัญที่ต้องได้รับคะแนนเสียงพิเศษ
  • การรักษาความลับและทรัพย์สินทางปัญญา
  • วิธีแก้ภาวะคะแนนเสียงเท่ากันหรือทางตัน
  • วิธีประเมินมูลค่าและซื้อหุ้นเมื่อผู้ถือหุ้นออกจากธุรกิจ

สัญญานี้ช่วยลดความไม่ชัดเจน แต่ต้องออกแบบให้สอดคล้องกับหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อบังคับ และกฎหมายบริษัท

6. ที่ตั้งสำนักงานและเอกสารสิทธิ

ควรตรวจว่าสถานที่ที่จะใช้เป็นสำนักงานได้รับความยินยอมจากเจ้าของหรือผู้มีสิทธิ และสามารถใช้ประกอบกิจการตามกฎหมายอาคาร ผังเมือง สัญญาเช่า และกฎของอาคารหรือโครงการได้

เอกสารที่มักต้องเตรียม ได้แก่ หนังสือยินยอมใช้สถานที่ สำเนาเอกสารสิทธิหรือสัญญาเช่า และข้อมูลที่ตั้งตามรูปแบบที่ระบบจดทะเบียนกำหนด

7. ภาษี บัญชี และการเงินของบริษัท

หลังจัดตั้ง บริษัทมีหน้าที่ด้านบัญชี ภาษี งบการเงิน และเอกสารทางธุรกิจ แม้ยังไม่มีรายได้ก็ตาม ควรวางระบบอย่างน้อยเรื่อง

  • รอบบัญชีและผู้ทำบัญชี
  • ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อเข้าเกณฑ์
  • บัญชีธนาคารและผู้มีอำนาจอนุมัติการจ่ายเงิน
  • หลักฐานเงินลงทุน เงินกู้ผู้ถือหุ้น และค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ต้องแยกจากบริษัท

8. สัญญา แรงงาน ทรัพย์สินทางปัญญา และข้อมูลส่วนบุคคล

ก่อนเริ่มขายสินค้าหรือบริการ ควรตรวจเอกสารพื้นฐาน เช่น

  • สัญญากับลูกค้า คู่ค้า ผู้รับจ้าง และผู้ให้บริการ
  • สัญญาจ้างงาน ข้อบังคับ และการจัดการข้อมูลพนักงาน
  • สิทธิในชื่อแบรนด์ เครื่องหมายการค้า ซอฟต์แวร์ ภาพ และผลงานที่ผู้ก่อตั้งหรือผู้รับจ้างสร้างขึ้น
  • ประกาศความเป็นส่วนตัวและมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • เงื่อนไขการขาย การรับประกัน และสิทธิผู้บริโภค

9. ตรวจข้อจำกัดสำหรับผู้ลงทุนต่างชาติ

การมีผู้ถือหุ้นหรือกรรมการต่างชาติอาจเกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว กฎหมายส่งเสริมการลงทุน กฎหมายแรงงานคนต่างด้าว และเงื่อนไขใบอนุญาตเฉพาะ การถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 49 ไม่ได้ทำให้ทุกโครงสร้างปลอดจากกฎหมายต่างด้าวโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจแหล่งเงินทุน สิทธิออกเสียง อำนาจควบคุม และกิจการที่ทำจริงร่วมกัน

10. ขั้นตอนจดทะเบียนเป็นเพียงจุดเริ่มต้น

ปัจจุบันกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีระบบ DBD Biz Regist สำหรับการจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล การเตรียมข้อมูลให้ครบก่อนเริ่มกรอกระบบจะช่วยลดการแก้ไขภายหลัง

ก่อนจดทะเบียน ควรทำสรุปข้อตกลงระหว่างผู้ก่อตั้งอย่างน้อยหนึ่งฉบับ และให้ทุกฝ่ายยืนยันเรื่องหุ้น เงินลงทุน กรรมการ อำนาจลงนาม และทรัพย์สินของธุรกิจให้ตรงกัน

แหล่งข้อมูลราชการ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ตรวจสอบกฎหมายและระบบจดทะเบียน ณ วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ธุรกิจบางประเภทมีใบอนุญาต ภาษี หรือข้อจำกัดเฉพาะที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

โทรติดต่อ ติดต่อทาง LINE